โรคต้อหิน
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน
30-ก.ค.-2564
ต้อหิน (glaucoma) เป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการเสื่อมของขั้วประสาทตา มีความดันในลูกตาร่วมกับการสูญเสียของลานสายตา ส่งผลต่อการมองเห็น โรคต้อหินเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดตาบอดชนิดถาวร ไม่สามารถกลับมามองเห็นเป็นปกติได้ แม้จะรักษาด้วยวิธีผ่าตัดแล้วก็ตาม ปัจจุบันมีวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือการควบคุมไม่ให้ลุกลามมากขึ้นจากวันที่ตรวจพบ แต่อย่างไรก็ตาม โรคต้อหินยังพอมีวิธีป้องกัน หากสามารถตรวจพบโรคได้เร็ว ชนิดที่ว่ายิ่งเร็วยิ่งดี ก็จะช่วยรักษาการมองเห็นให้อยู่กับเราได้นานขึ้น
ทำความเข้าใจ “โรคต้อหิน”
    โรคต้อหิน เกิดได้กับทุกเพศทุกวัย แต่ส่วนใหญ่มักพบในกลุ่มผู้สูงอายุ หรือตั้งแต่ 40- 60 ปี โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นต้อหิน สายตาสั้น หรือยาวมาก ผู้เป็นโรคเบาหวาน หรือมีโรคเกี่ยวกับเลือด และหลอดเลือด คนที่ใช้ยาหยอดตาที่มีสารสเตียรอยด์ ควรตรวจวัดความดันลูกตา และขั้วประสาทตาบ้าง รวมถึงตรวจซํ้าๆ ทุกๆ 1 - 5 ปี
    ทั้งนี้ โรคต้อหินเป็นโรคทางตาที่เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาตาบอด มากเป็นอันดับ 2 รองจากต้อกระจก ซึ่งต้อหินเกิดจากความดันภายในลูกตาสูงไปกดขั้วประสาทตา ทําให้ขั้วประสาทตาเสื่อม หรือฝ่อ เเนื่องจากขาดเลือดไปเลี้ยง และลานสายตาแคบลง
ประเภทของ "โรคต้อหิน"
โรคต้อหินทั่วไปมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ
1.ต้อหินมุมปิด (Angle-Closure Glaucoma) ต้อหินประเภทนี้พบได้น้อยกว่าต้อหินมุมเปิด เกิดจากมุมตาถูกม่านตาปิดกั้น และมีการขัดขวางการไหลเวียนของนํ้าในลูกตาชนิดที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน ส่งผลให้น้ำหล่อเลี้ยงลูกตาไม่สามารถไหลเวียนออกได้ปกติ ส่งผลให้ความดันตาสูงตามมา ผู้ป่วยจะมีอาการปวดตา ตามัว ตาแดง ลืมตาไม่ขึ้น ภายใน 30 - 60 นาที จะมองเห็นสีรุ้งรอบดวงไฟ และอาจมีอาการของระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย ต้อหินชนิดนี้มีโอกาสรักษาให้หายขาดได้หากถึงมือแพทย์เร็ว แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้เกิน 2-3 วัน อาจตาบอด
2.ต้อหินมุมเปิด (primary open angle glaucoma) เป็นต้อหินชนิดที่เส้นประสาทตาค่อยๆ เสียไป พบได้บ่อยกว่าต้อหินประเภทอื่น เกิดจากการอุดตันของ Trabecular Meshwork ทำให้น้ำหล่อเลี้ยงลูกตาไม่สามารถไหลเวียนออกได้ตามปกติ จึงเกิดความดันตาสูง และส่งผลให้ประสาทตาถูกทำลายโดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัว ไม่มีอาการผิดปกติ ไม่เจ็บ ไม่ปวด จึงมาพบแพทย์ช้า ผู้ป่วยจะมีลานสายตาแคบลงมองด้านข้างไม่เห็น มักเดินชนของจึงเริ่มมาพบแพทย์เมื่อเป็นมากแล้ว ต้อหินชนิดนี้หากได้รับการวินิจฉัยเร็ว ก็สามารถเก็บรักษาสายตาส่วนที่เหลือไว้ได้มากกว่าพบในระยะท้ายของโรค ปัจจุบันยังไม่พบการรักษาโรคต้อหินมุมเปิดให้หายขาดได้
    อย่างไรก็ตาม คนทั่วไปจะไม่ทราบว่าตัวเองเริ่มเป็นต้อหิน จนกว่าจะมาพบจักษุแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มต้อหินที่เป็นระยะเรื้อรัง จากความเสื่อมแบบค่อยเป็นค่อยไป

ใครมีความเสี่ยง "โรคต้อหิน"
1. เชื้อชาติแอฟริกัน อเมริกัน จะพบต้อหินสูงกว่าคนผิวขาว 6-8 เท่า ส่วนคนเชื้อชาติเอเชีย จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดต้อหินมุมปิด
2. อายุ มากกว่า 40 ปี
3. มีประวัติครอบครัวเป็นโรคต้อหิน
4. ตรวจสุขภาพตาแล้วพบความดันลูกตาสูง
5. เคยมีอุบัติเหตุเกี่ยวกับดวงตา
6. การใช้ยาสเตียรอยด์
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น สายตายาว หรือสั้นมาก กระจกตาบาง โรคเบาหวาน ไมเกรน
วิธีการรักษา “โรคต้อหิน”
    เนื่องจากโรคนี้เส้นประสาทตาจะถูกทำลายอย่างถาวร การรักษาจึงเป็นการประคับประคอง เพื่อให้ประสาทตาไม่ถูกทำลายมากขึ้น และเพื่อคงการมองเห็นที่มีอยู่ให้นานที่สุด ทั้งนี้ การรักษาขึ้นกับชนิด และระยะของโรค ในกรณีผู้ป่วยต้อหินระยะเฉียบพลัน ควรเข้ารับการรักษากับจักษุแพทย์ให้เร็วที่สุด เพื่อลดความดันตาให้ลงสู่ระดับปกติ ก่อนที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างถาวรกับประสาทตา
    การรักษา ประกอบด้วยการให้ยาหยอดตา ยารับประทาน เป้าหมายเพื่อลดความดันตาให้อยู่ในระดับที่ประสาทตาไม่ถูกทำลายมากขึ้น
    รักษาด้วยยา: ปัจจุบันยารักษาต้อหินมีหลายกลุ่ม ซึ่งยาหยอดเหล่านี้จะออกฤทธิ์ลดการสร้างน้ำหล่อเลี้ยงลูกตา หรือช่วยให้การไหลเวียนออกของน้ำหล่อเลี้ยงลูกตาดีขึ้น จึงจำเป็นต้องหยอดยาอย่างสม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง โดยแพทย์จะนัดติดตามอาการเป็นระยะๆ เพื่อประเมินผลการรักษา การดำเนินโรค และผลข้างเคียงจากยา
    รักษาด้วยการการใช้เลเซอร์: ในส่วนของการรักษาด้วยประเภทของเลเซอร์ที่ใช้จะขึ้นกับชนิดของต้อหิน และระยะของโรค
    รักษาด้วยการผ่าตัด: การผ่าตัด ใช้รักษาผู้ป่วยที่การรักษาด้วยยาหรือเลเซอร์ไม่สามารถควบคุมความดันตาได้ ซึ่งมีทั้งการผ่าตัดทำทางระบายสำหรับน้ำหล่อเลี้ยงลูกตาใหม่เพื่อลดความดันตา หรือผ่าตัดด้วยการใส่ท่อระบายเพื่อลดความดันตา โดยวิธีการผ่าตัดนั้นจักษุแพทย์ผู้ให้การรักษาจะพิจราณาตามความเหมาะของผู้ป่วยแต่ละราย


พญ. วรภา ลีลาพฤทธิ์
ศัลยแพทย์ตกแต่งจักษุ และเสริมสร้าง
โรงพยาบาล เปาโล พหลโยธิน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน โทร. 0-2271-7000 ต่อ ตา (Absolute Beauty Eye)