เทคนิคพัฒนา IQ & EQ เพื่อพัฒนาการลูกน้อย
โรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ
เทคนิคพัฒนา IQ & EQ เพื่อพัฒนาการลูกน้อย

IQ และ EQ เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการพัฒนาการของลูกน้อยที่คุณพ่อและคุณแม่ควรให้ความสำคัญ โดย IQ และ EQ เป็นความฉลาดในด้านต่าง ๆ  หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งย่อมทำให้การพัฒนาของลูกน้อยไม่เป็นไปอย่างเต็มศักยภาพ

IQ คือ Intelligence Quotient ซึ่งถูกคิดค้นขึ้นโดย LM Terman เมื่อปี 1916 โดยหมายถึง ความฉลาดทางเชาว์ปัญญา โดยเฉพาะในเรื่องการคิด ความจำการใช้เหตุผล การคำนวณ และการเชื่อมโยง ซึ่งเป็นศักยภาพหรือความสามารถทางสมองที่แต่ละบุคคลมีติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดโดยถูกกำหนดจากพันธุกรรม จึงสามารถเปลี่ยนแปลงได้ยาก

EQ คือ Emotional Quotient ความฉลาดทางอารมณ์ ความสามารถในการเข้าใจอารมณ์ของตนเองและผู้อื่น ความสามารถทางอารมณ์ในการดำเนินชิวิตอย่างสร้างสรรค์และมีความสุข การรู้จักความฉลาดทางอารมณ์ของตนเองเพื่อการพัฒนาและการใช้ศักยภาพตนเองในการดำเนินชีวิตครอบครัว การทำงานและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จ

EQ เป็นเรื่องที่สอนให้เกิดขึ้นได้และสามารถฝึกฝนให้ลูกของเรามี EQ ดีขึ้นสูงขึ้นได้ แต่ IQ เป็นสิ่งที่มีมาแต่กำเนิดโดยได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม สามารถพัฒนาให้ดีขึ้นตามศักยภาพของเด็กการ


เสริมสร้าง IQ & EQ
มนุษย์เรามีศักยภาพตั้งแต่แรกเกิดสามารถเรียนรู้ได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ช่วงเวลาที่สมองของมนุษย์เราจะพัฒนาได้ดีทีสุดก็คือในระยะ 3 ปีแรก หลังจากนั้นสมองก็ยังคงพัฒนาไปได้เรื่อยๆจนถึงวัยรุ่น และมนุษย์สามารถพัฒนาการเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต

• อาหารกาย อาหารใจ อาหารสมอง คือ นมแม่ เด็กที่ได้รับนมแม่จากงานวิจัยมีไอคิวสูงกว่าเด็กที่ได้รับนมผสม เมื่อลูกร้องหิว พ่อแม่พูด “รออีกนิดนะจ๊ะ”ลูกจะรู้จักการรอคอยเวลาให้นมหรืออาหาร อารมณ์ของพ่อแม่สามารถสื่อถึงลูกได้ พ่อแม่อารมณ์ดี ลูกจะรู้สึกผ่อนคลาย ให้เด็กฝึกทานอาหารเองเมื่อถึงวัยเป็นการสร้างเสริมความภูมิใจที่สามารถทำเองได้ เด็กจะมีความมั่นใจ
• สัมผัสและโอบกอด ความรัก ความอบอุ่นเวลาที่ได้รับการกอด สัมผัสลูก ทำให้ฮอร์โมนความสุขหลั่งออกมาจากสมองและกระตุ้นเส้นใยสมองให้เชื่อมโยงกัน มีผลต่อความฉลาด การกอดทำให้เด็กรู้สึกมีคุณค่า ทำให้เด็กมีความไว้วางใจ มองโลกในแง่ดี ภูมิใจในตนเอง
• เล่านิทาน ร้องเพลง ทำให้เส้นประสาทในสมองเพิ่มมากขึ้น เชื่อมโยงกัน ทำให้เด็กเรียนรู้ได้ไว การฟังคนพูดช่วยพัฒนาสมองด้านภาษานำไปสู่การพัฒนาการด้านสติปัญญาและสังคม รับรู้และเข้าใจคนอื่นผ่านการสื่อสาร นิทาน ดนตรี การร้องเพลงยังช่วยส่งเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งนิทานยังปลูกฝังคุณธรรมได้อีกด้วย
• การเล่น การออกกำลังกาย ทำให้สมองและร่างกายทุกส่วนตื่นตัว พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทำให้อารมณ์ดี กระปรี้กระเปร่า อีกทั้งการเล่นร่วมกับเด็กอื่นๆ เป็นการพัฒนาทักษะทางสังคม การอยู่ร่วมกัน การรอคิว เรียนรู้เห็นอกเห็นใจผู้อื่น
นอนหัวค่ำ ตื่นแต่เช้า ควรปลูกฝังให้มีวินัยในชีวิตประจำวัน กิน นอน ขับถ่ายเป็นเวลา โดยเฉพาะการนอนให้เพียงพอ มีผลต่อสมาธิ การเรียนรู้และอารมณ์
• ระวังอุบัติเหตุและสารพิษ ระวังการกระทบกระเทือนแรงๆบริเวณสมอง สารพิษ เช่น ปรอท ตะกั่ว จะทำลายเซลล์สมองทำให้การเรียนรู้ลดลงไปด้วย


บทความโดย 
แพทย์หญิงภาวิณี ธีรการุณวงศ์
กุมารเวชกรรมสาขาพัฒนาการและพฤติกรรม
โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ


สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม
โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ
โทร 02-363-2000 ต่อ 2209-2201
รับข่าวสารและกิจกรรมทางสุขภาพดี ๆ ได้ที่