มีอาการภูมิแพ้แบบนี้เมื่อไหร่...รีบหาหมอด่วน!
โรงพยาบาลเปาโลโชคชัย4
06-ก.พ.-2563
เดี๋ยวนี้ “ภูมิแพ้” กลายเป็นโรคยอดฮิตของคนเมืองไปแล้ว เพราะหันซ้ายหันขวาก็เจอแต่มลภาวะ ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้หลายคนเป็นโรคภูมิแพ้กันมากขึ้น และที่อันตรายกว่าก็คือหลายคนมักคิดว่าเป็นแค่อาการเล็กๆ น้อยๆ โดยไม่เคยรู้เลยว่าหากเกิดแบบเฉียบพลันก็เป็นอันตรายร้ายแรงได้เช่นกัน

จุดสังเกต เมื่อเกิดอาการ “ภูมิแพ้”

โดยทั่วไปเมื่อร่างกายได้รับสิ่งแปลกปลอมเข้าไป ก็จะมีการขับสารแปลกปลอมนั้นออกมา แต่เมื่อไหร่ที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายต้องทำงานหนักขึ้น อาจทำให้ร่างกายอ่อนแอและแพ้ต่อสารเหล่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่เราจะพอสังเกตด้วยตัวเองได้ เช่น ทุกครั้งที่กินถั่ว จะมีอาการอาเจียน หรือบางคนแพ้เกสรดอกไม้ ทุกครั้งที่โดนก็จะทำให้ผื่นขึ้นหน้าได้ เป็นต้น ซึ่งสารที่ร่างกายได้รับเข้ามาและทำให้เกิดการแพ้นี้จะเรียกว่า “สารก่อภูมิแพ้” โดยแต่ละคนจะมีปฏิกิริยาต่อสารก่อภูมิแพ้นี้แตกต่างกันออกไป

อาการเฝ้าระวัง ที่เข้าข่าย “อันตราย”

ปกติแล้วอาการของคนเป็นโรคภูมิแพ้จะมีหลากหลาย แต่ที่พบบ่อยก็คือมีลักษณะเหมือนคนเป็นหวัด ไอ จาม มีน้ำมูก แต่ในบางรายอาจจะแพ้แล้วมีอาการคันที่ขอบตา มีผื่นขึ้นตามตัวหรือผิวหน้า แต่ในบางคนที่มีอาการแพ้รุนแรง เช่น แพ้อาหารก็อาจจะมีอาการช็อค แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ซึ่งหากเป็นอย่างหลังก็สามารถทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ จึงควรเข้ารับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นการเร่งด่วน

ตรวจหา “ภูมิแพ้” แนวทางการป้องกัน

หากยังไม่แน่ใจว่าเราแพ้สารก่อภูมิแพ้อะไรกันแน่ แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อจะได้ป้องกันต่อไป ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคุณหมอจะมีชุดทดสอบภูมิแพ้สำหรับทดสอบอาการแพ้ของคนไข้อยู่แล้ว และจะทำการทดสอบซึ่งมีหลายวิธี เช่น การทำ Patch Test สำหรับทดสอบภูมิแพ้ที่ผิวหนัง โดยจะติดแผ่นทดสอบไว้ที่หลัง พร้อมกับสารก่อภูมิแพ้หลากหลายชนิด โดยจะต้องทิ้งไว้เป็นเวลา 2 วันโดยไม่ให้ถูกน้ำหรือเหงื่อ ก่อนกลับไปพบแพทย์อีกครั้งเพื่อดูว่าแพ้สารอะไรบ้างหรือไม่  

รู้แล้ว รักษาได้ แค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

เมื่อทราบแล้วว่าเราเป็นภูมิแพ้ชนิดไหน ทางที่ดีก็ต้องพยายามเลี่ยงสารที่เราแพ้นั้น เช่น แพ้อาหารทะเล ก็ควรจะแน่ใจว่าอาหารที่เรารับประทานเข้าไปไม่มีส่วนประกอบของอาหารทะเลนั้นๆ หรือคนที่แพ้ฝุ่น ก็พยายามเลี่ยงไปในที่ที่มีฝุ่นควัน นอกจากนี้ยังหากคนที่มีอาการค่อนข้างบ่อย อาจจะต้องหยอดยาหรือทานยาหรือทายารักษาประกอบด้วย เพื่อช่วยทั้งป้องกันและลดอาการแพ้ที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องทำตามที่แพทย์สั่งทำนั้น ห้ามซื้อยามารับประทานเอง และไม่ควรหยุดยาเองเช่นกัน เพราะจะทำให้เกิดอาการดื้อยาได้ นอกจากนี้สำหรับคนที่มีอาการแพ้ขั้นรุนแรง บางรายอาจจะต้องพกยาฉุกเฉินในกรณีที่เกิดภูมิแพ้เฉียบพลันขึ้นมา เช่น ยาฉีดเอพิเนฟรินที่ช่วยลดอาการหากกำเริบกะทันหัน และควรเตรียมเบอร์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลพร้อมชื่อคุณหมอที่ทำการรักษาติดตัวไว้เสมอ


สอบถามรายละเอียด
ศูนย์กุมารเวช  
โทร.02-514-4141 ต่อ 3220 – 3221