ตรวจมะเร็งปากมดลูก รู้ได้ก่อนและป้องกันได้
โรงพยาบาลเปาโลโชคชัย4
24-พ.ค.-2564
“มะเร็ง” คำที่กล่าวแล้วสามารถคร่าความรู้สึกดีๆ ออกจากใจของใครบางคนได้ในทันที แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นอาจมีเพียงชั่วขณะ ถ้าหากเราเปิดใจรับฟังและมองว่ามะเร็งเป็นเพียงโรคชนิดหนึ่งเท่านั้น และความสำคัญไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อโรค แต่อยู่ที่การตรวจคัดกรอง

การรักษา และการป้องกัน ซึ่ง “มะเร็งปากมดลูก” เป็นมะเร็งที่สามารถระวัง และป้องกันการเกิดโรคได้ด้วยการตรวจมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองและฉีดวัคซีนป้องกัน ขอแค่เพียงไม่เขิน ไม่อายที่จะเข้ารับการตรวจมะเร็งปากมดลูก คุณก็สามารถป้องกันให้ห่างไกลจากคำว่ามะเร็งปากมดลูกได้ด้วยตัวคุณเอง โดยแพทย์หญิงชลธิดา เอี่ยมสำอาง สูตินรีแพทย์


มะเร็งปากมดลูก รู้ได้ก่อนและป้องกันได้

มะเร็งปากมดลูกในประเทศไทยพบมากเป็นอันดับ 2 ของมะเร็งที่พบในผู้หญิงรองมาจากมะเร็งเต้านม จากอุบัติการณ์การเกิดโรคในประเทศไทยในแต่ละปีมีผู้หญิงไทยเป็นมะเร็งปากมดลูกประมาณ 10,000 คน หรือเฉลี่ยวันละ 27 คน และอุบัติการณ์ในการเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกประมาณ 5,200 คนต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 14 คน นับได้ว่าเป็นโรคที่มีผู้ที่ป่วยและผู้ที่เสียชีวิตจากโรคนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งโดยส่วนใหญ่พบในผู้ที่อยู่ในช่วงอายุ 35-60 ปี เนื่องจากการมะเร็งปากมดลูกนั้นจะเกิดจากการติดเชื้อเอชพีวี และเชื้อนี้เมื่อติดแล้วจะไม่ได้เป็นแบบทันทีทันใดใช้เวลาประมาณ 7-10 ปี กว่าเซลล์จะมีการเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นมะเร็งปากมดลูก ซึ่งการมีเพศสัมพันธ์โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงวัยรุ่น ดังนั้นช่วงที่จะพบว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกจะอยู่ในช่วง 35-60 ปี

มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่อาจเรียกได้ว่าเป็นมะเร็งที่มีความโชคดีมากๆ ที่ทราบสาเหตุการเกิดโรคที่ว่าเกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮิวแมนแพปพิลโลมาไวรัส human papillomavirus) หรือเรียกว่า เอชพีวี (HPV) ซึ่งเชื้อนี้จะติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ดังนั้นผู้ที่มีความเสี่ยงน้อยคือ ผู้ที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ในทางกลับกันผู้ที่มีความเสี่ยงจะเป็นผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อยเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน ผู้ที่สูบบุหรี่มาก ผู้ที่ประวัติเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เชื้อเอชไอวี ซิฟิลิส หนองใน เป็นต้น สำหรับเรื่องความเสี่ยงจากการมีเพศสัมพันธ์ในบางครั้งแม้จะมีคู่นอนเดียวก็ยังอาจเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกได้ ถ้าเชื้อที่ได้รับนั้นเป็นเชื้อในสายพันธ์ที่รุนแรง เช่นเดียวกันคนไข้หลายๆ คนมีสามีภรรยาคนเดียวแต่ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก


มะเร็งปากมดลูก สามารถแบ่งได้เป็น 2 ระยะ คือ

ระยะเริ่มต้น คนไข้จะไม่มีอาการ พบได้จากการตรวจคัดกรอง ตรวจมะเร็งปากมดลูก
ระยะท้ายๆ จะเริ่มมีอาการเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ เลือดออกปนตกขาว ตกขาวเรื้อรัง ซึ่งเป็นอาการที่บ่งบอกว่าต้องมารับการตรวจมะเร็งปากมดลูก และถ้าหากยิ่งปล่อยไว้จนมีอาการปวดท้อง ถ่ายเป็นเลือด อุจจาระเป็นเลือด ส่วนใหญ่จะเป็นมากแล้ว และมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ“การตรวจมะเร็งปากมดลูก สามารถตรวจได้ตลอด ยกเว้นช่วงที่มีประจำเดือน และขั้นตอนการตรวจภายใน หมออยากจะฝากบอกผู้หญิงทุกคนว่า อย่ากังวล อย่าอาย เพราะปัจจุบันใครๆ ก็ตรวจกัน อีกทั้ง การตรวจนั้นแพทย์จะให้ความสนใจกับการตรวจคลำก้อนภายในเพื่อค้นหาความผิดปกติ และหลายคนมักกลัวว่าจะเจ็บ ซึ่งคลายกังวลได้เช่นกัน เพราะหมอจะพิจารณาจากสถานภาพของคุณผู้หญิงเป็นหลัก เครื่องมือที่ใช้มีตัวช่วยมากมายที่ไม่ให้รู้สึกเจ็บ เรียกได้ว่าเพียงแค่ทำใจว่าจะมาตรวจภายใน และลืมความกังวลต่างๆ ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที คุณก็จะสามารถค้นหาความผิดปกติได้ว่ามีโอกาสเกิดมะเร็งปากมดลูกหรือไม่ และเหตุผลหลักที่ปัจจุบันยังพบมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิงไทยเป็นจำนวนมาก ก็มาจากเหตุผลที่ว่า ไม่ยอมมาตรวจ เพราะอาย ไม่กล้า ทำให้พลาดโอกาสดีๆ ไป ทั้งๆ ที่กว่าเชื้อเอชพีวีจะก่อโรคนั้นนานเป็นสิบปี ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเรามีเวลาที่จะตรวจพบก่อนเกิดโรค หรือในระยะเริ่มต้นได้ก่อนหลายปีเช่นเดียวกัน”


การตรวจคัดกรอง ตรวจมะเร็งปากมดลูก ในปัจจุบันสามารถทำได้ 3 วิธี ได้แก่

1.วิธีการตรวจมะเร็งปากมดลูกตินเพร็พ (ThinPrep) + การตรวจหาเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV DNA Test) เป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะนอกจากค้นหาความผิดปกติแล้ว ยังทำให้รู้ลึกมากขึ้นว่ามีการติดเชื้อเอชพีวีหรือไม่ เพราะถ้าเป็นมะเร็งปากมดลูกต้องมีการติดเชื้อเอชพีวีก่อน ดังนั้น ถ้าไม่มีการติดเชื้อสามารถมั่นใจได้ถึง 99 % ว่าในช่วง 1-2 ปีที่รับการตรวจโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกจะน้อยมาก
2.วิธีการตรวจมะเร็งปากมดลูกตินเพร็พ (ThinPrep) พัฒนามาจากวิธีแปปเสมียร์ มีประสิทธิภาพและแม่นยำประมาณ 90-95%
3.วิธีการตรวจมะเร็งปากมดลูกแปปเสมียร์ (Pap smear) เป็นวิธีการตรวจที่ราคาไม่สูง แต่ด้านความแม่นยำอาจไม่มากนักประมาณ 50 %

ปัจจุบันผู้หญิงมีทางเลือกในการป้องกันโอกาสการเกิดมะเร็งปากมดลูก ด้วยการฉีดวัคซีนวัคซีนมะเร็งปากมดลูก (Human Papillomavirus หรือ วัคซีนเอชพีวี) วัคซีนสามารถฉีดได้ได้ตั้งแต่อายุ 9-45 ปี ถ้าดีที่สุดคือในผู้ที่อายุยังน้อย และยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ แต่โดยส่วนใหญ่ผู้ที่มาฉีดวัคซีนป้องกันกับหมอนั้น จะเป็นผู้ที่ตระหนักถึงความสำคัญของมะเร็งปากมดลูก ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มวัยทำงานอายุ 25-35 ปีซึ่งวัคซีนสามารถช่วยป้องกันได้ประมาณ 90% การฉีดวัคซีนป้องกันเป็นสิ่งที่ดี เพราะมะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งเพียงจำนวนน้อยนิดที่ทราบสาเหตุการเกิดโรค และมีวัคซีนสำหรับช่วยป้องกัน จึงเป็นสิ่งที่ควรค่าที่ผู้หญิงเราจะเข้ามาฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก “เมื่อตรวจมะเร็งปากมดลูกและพบว่าคนไข้เป็นมะเร็งปากมดลูก สิ่งที่ต้องพิจารณาและใส่ใจสำหรับแพทย์ คือวิธีการพูดเพื่อบอกผลการรักษาให้กับคนไข้ได้ทราบ ซึ่งหมอเชื่อว่าวิธีการบอกที่นิ่มนวล ใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายแต่ไม่กระทบกระเทือนกับจิตใจของคนไข้ จะช่วยสร้างความรู้สึกดีๆ นอกจากหมอจะเป็นผู้รักษาแล้ว ยังต้องเป็นเสมือนที่พึ่ง สร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไข้ เพราะคนไข้มะเร็งนั้นนอกจากมีญาติคอยให้กำลังใจแล้ว ส่วนใหญ่จะยึดเอาหมอที่รักษาเป็นที่พึ่งอีกทางหนึ่ง เพราะเสมือนว่าเขาฝากชีวิตให้เราดูแล หมอจึงต้องใส่ใจดูแลคนไข้ สร้างกำลังใจและความรู้สึกดีๆ ให้คนไข้ ไปพร้อมๆ กับการดูแลทางการแพทย์”


ความรู้สึกดีๆ ที่เป็นหมอ

การเป็นหมอทำให้มีโอกาสดีๆ ได้เห็นความงดงามของชีวิต เช่นคนไข้ท่านหนึ่งอายุยังน้อยที่เข้ามารับการตรวจมะเร็งปากมดลูกพบเซลล์ที่ผิดปกติ จึงรับการรักษาตามขั้นตอนจนกระทั่งหายหลังจากที่หายแล้วคนไข้ตั้งครรภ์และกลับมาฝากครรภ์กับหมอ ซึ่งขณะนั้นจะคอยตรวจติดตามผลว่ายังมีเซลล์ผิดปกติหรือไม่ และเป็นสิ่งที่ดีที่ไม่พบความผิดปกติใดๆ หมอดูแลครรภ์ให้คนไข้มาตลอดระยะเวลา 9 เดือน ซึ่งในเคสนี้เรียกได้ว่านอกจากดูแลคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์แล้ว ยังต้องใส่ใจให้ความสำคัญกับการตรวจมะเร็งปากมดลูกเป็นหลักอีกด้วย และสุดท้ายของขวัญที่แสนพิเศษก็เกิดขึ้นเมื่อคนไข้คลอดลูกอย่างปลอดภัย ประกอบกับหลังคลอดตรวจมะเร็งปากมดลูกอีกครั้งไม่พบความผิดปกติของเซลล์ ซึ่งทำให้หมอยิ่งรู้สึกดีว่าเราได้มีส่วนช่วยรักษาดูแลชีวิตคนไข้ให้หายจากโรคมะเร็ง และยังได้ดูแลชีวิตน้อยๆ ในครรภ์ให้กับคนไข้อีกด้วย มันเป็นความยินดีและความสุขที่ไม่สามารถบรรยายเป็นคำพูดได้เลย” ทำให้ยิ่งรู้สึกดีที่ได้เป็นสูตินรีเวช เพราะการเริ่มทำงานด้านนี้เลือกเพราะชอบที่จะทำการผ่าตัด รู้สึกว่าเป็นความท้าทาย และมีความสุขเมื่อได้ทำคลอด เพราะมันเป็นเวลาของความสุขของทุกๆ คน รวมถึงแอบคิดว่าถ้าคนไข้บางคนที่เป็นเหมือนหมอตอนสมัยวัยรุ่นที่ต้องเข้ามาพบสูตินรีแพทย์เพราะเป็นตกขาว แต่ต้องตรวจกับหมอผู้ชายทำให้รู้สึกเขินอายจนไม่กล้าตรวจ แต่ถ้าวัยรุ่น หรือสาวๆ ได้ตรวจกับหมอผู้หญิงคงสบายใจ คลายกังวลมากขึ้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้จึงเป็นเหตุผลประกอบกันที่ทำให้หมอเลือกทางเดินสายแห่งความสุข เส้นทางแห่งการดูแล การช่วยเหลือ และได้มอบสิ่งดีๆ ให้กับคนอื่นตลอดเวลาเช่นทุกวันนี้

พญ.ชลธิดา เอี่ยมสำอาง
สูตินรีแพทย์ ประจำศูนย์สุขภาพสตรีโรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4
โทร 02-514-4141 ต่อ 1203-1204