ทานของทอดของมันบ่อยๆ เสี่ยงนิ่วในถุงน้ำดี
โรงพยาบาลเปาโลโชคชัย4
26-พ.ย.-2563

นิ่วถุงน้ำดี (Gallstones) คือ ก้อนตะกอนก้อนเล็กๆ กลมๆ บ้างมีลักษณะเหลี่ยม สีขุ่นเข้ม ขนาดเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง เกิดจากการขาดความสมดุลของน้ำดีโดยที่ก้อนนิ่วนี้สามารถสร้างปัญหานานาอาการให้กับถุงน้ำดีในร่างกายของเรา อาทิเข้าไปอุดตันบ้าง อักเสบบ้าง กลิ้งหลุดไปไปยังท่อน้ำดีใหญ่บ้าง จนเกิดระคายเคือง ติดเชื้อ ในคนไข้บางรายอาจร้ายแรงถึงขั้นกระตุ้นให้เกิดมะเร็งในถุงน้ำดีได้อีกด้ว

“นิ่วในถุงน้ำดี” อาจจะเกิดจากการขาดความสมดุลของน้ำดีโดยที่ก้อนนิ่วนี้สามารถสร้างปัญหานานาอาการให้กับถุงน้ำดีในร่างกายของเรา อาทิเข้าไปอุดตันบ้าง อักเสบบ้าง กลิ้งหลุดไปไปยังท่อน้ำดีใหญ่บ้าง จนเกิดระคายเคือง ติดเชื้อ ในคนไข้บางรายอาจร้ายแรงถึงขั้นกระตุ้นให้เกิดมะเร็งในถุงน้ำดีได้อีกด้วย

ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่าถุงน้ำดีมีหน้าที่เก็บสะสมน้ำดีที่ตับสร้างไว้ เพื่อใช้น้ำดีย่อยอาหารประเภทไขมัน โดยในน้ำดีจะประกอบไปด้วยสารโคเลสเตอรอล กรดน้ำดี สารฟอสโฟลิพิด (Phospholipids) และสารอื่นๆ ทว่าหากสารเคมีดังกล่าวในถุงน้ำดีมีสัดส่วนที่ไม่สมดุลกัน หรือมีการคั่งของน้ำดีในท่อในถุงน้ำดีมากกว่าปกติ น้ำดีก็จะตกเป็นผลึก จับตัวเป็นก้อน กลายเป็นก้อนนิ่วขึ้นมาได้ ต้นเหตุทำให้สัดส่วนสารเคมีในถุงน้ำดีไม่สมดุลกันมาจาก



ใครบ้างเสี่ยงเป็นนิ่วในถุงน้ำดี

1.เพศหญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป
2.ผู้ที่มีภาวะอ้วนน้ำหนักมาก
3.ผู้ที่มีโรคเบาหวาน, โรคเลือด, โลหิตจาง, ธาลัสซีเมีย,
4.ผู้หญิงที่มีการตั้งครรภ์หลายครั้ง, กินยาคุมกำเนิด, ทานฮอร์โมนจากภาวะหมดประจำเดือน,
5.ผู้ที่อดอาหาร (ถือศีลอด) หรือลดน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็ว
6.ทานยาลดไขมันในเลือดบางชนิด
7.พันธุกรรม มีประวัติคนในครอบครัว

ทำไมคนสมัยใหม่ถึงเป็นนิ่วในถุงน้ำดีกันมาก

ก็เป็นเพราะนิยมรับประทานอาหารไขมันสูง เมนูอาหารที่อร่อยๆ หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหมูติดมัน หมูกระทะ ปิ้งย่างติดมันที่เราชอบแวะเวียนไปรับประทานกันบ่อยๆ ส่วนหนึ่งมาจากส่วนประกอบที่เป็นไขมัน เพราะไขมันจะช่วยให้อาหารกลมกล่อมและนุ่มขึ้น น้ำดีก็มีหน้าที่หลักทำให้ไขมันแตกตัวง่ายต่อการย่อยด้วยน้ำย่อย ซึ่งการที่เรารับประทานอาหารไขมันสูง เส้นใยอาหารต่ำ ทำให้เกิดการสะสมไขมันและโคเลสเตอรอลในร่างกาย การย่อยไขมันไม่สมบูรณ์ เกิดการสะสม และเมื่อสะสมเป็นเวลานานอาการนิ่วในถุงน้ำดีจะเกิดแน่นอน

ยิ่งกิน ยิ่งอ้วน ยิ่งเสี่ยงเป็นนิ่ว

>ความอ้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ปริมาณโคเลสเตอรอลในน้ำดีเพิ่มขึ้น ดังนั้น ไม่ควรปล่อยให้ตนเองเข้าสู่ภาวะอ้วน หากรู้ว่ากำลังเข้าสู่ภาวะอ้วน ให้เลือกวิธีลดน้ำหนักที่ถูกต้อง โดยการรับประทานอาหารประเภทกากใยเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผัก หรือผลไม้ ควรค่อยๆ ลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่หักโหมจนน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีได้ รวมถึงการรับประทานยาลดไขมันบางชนิดก็เป็นปัจจัยเสี่ยง

ออกกำลังกายช่วยป้องกันการเกิดนิ่วได้

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ซึ่งนั่นจะช่วยลดการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีได้ส่วนหนึ่ง ดังนั้น คนที่ขาดการออกกำลังกายจึงมีความเสี่ยงมากกว่าคนที่ออกกำลังกาย และเสี่ยงต่อการเกิดโรคอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะโรคเบาหวาน เนื่องจากผู้ป่วยโรคเบาหวานมีแนวโน้มที่จะมีระดับของไขมันทั้งคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในเลือดเพิ่มสูงขึ้น (Triglyceride เป็นไขมันอีกชนิดที่เพิ่มโอกาสการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี) และถุงน้ำดีจะมีการบีบตัวน้อยในผู้ที่มีน้ำตาลในเลือดสูง จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีได้ง่ายขึ้น

นอกจากพฤติกรรมการกิน ทานยาคุมนานๆ ก็เสี่ยงเป็นนิ่วได้นะ

ผู้หญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิดอย่างต่อเนื่องนานๆ หรือทานฮอร์โมนทดแทนนานเกินไป เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนและการตั้งครรภ์ มีผลเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลและลดการเคลื่อนตัวของถุงน้ำดีเช่นกัน

การวินิจฉัย -การทำอัลตร้าซาวด์เป็นวิธีที่ง่าย ได้ผลดี -การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT-SCAN) สามารถบอกตำแหน่งของนิ่วได้ดี และสามารถเห็นนิ่วในท่อน้ำดี ได้ดีด้วย -การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRCP) เหมาะสำหรับดูระบบท่อน้ำดีทั้งหมด

การรักษา ปัจจุบัน การผ่าตัดผ่านกล้องถือเป็นมาตรฐานของการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี อย่างไรก็ตาม คนไข้บางรายอาจเกิดความไม่ปลอดภัย เช่น อาการรุนแรง มีพังผืดมาก จนแพทย์เห็นว่าอาจไม่ปลอดภัย อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องแทน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศัลยแพทย์ เนื่องจากการผ่าตัดผ่านกล้องมีความปลอดภัย แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว

การผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีโดยใช้เทคโนโลยีส่องกล้อง

เป็นการผ่าตัดส่องกล้องโดยใช้เครื่องมือเจาะผ่านหน้าท้อง เพื่อสอดท่อที่มีไฟฉายและกล้องขนาดเล็กที่สามารถบันทึกภาพอวัยวะภายในของผู้ป่วยอย่างชัดเจน และส่งภาพมายังจอมอนิเตอร์ เพื่อให้ศัลยแพทย์มองเห็นบริเวณที่ต้องการผ่าตัดได้อย่างชัดเจน ทำให้ผลที่ได้หลังการผ่าตัดมีความเที่ยงตรงและแม่นยำ โดยเจาะรูเพื่อสอดเครื่องมือเข้าไป 1-2 รู ขนาด 0.5 – 1 เซนติเมตร แต่กรณีที่ไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้ แพทย์อาจจำเป็นต้องผ่าตัดเปิดแผลยาว

ข้อดีของการส่องกล้องผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี

1.อาการเจ็บปวดของบาดแผลน้อยกว่าการผ่าตัดเปิดแบบเดิม ซึ่งบาดแผลจะยาวกว่า และเจ็บปวดมากกว่า ระยะเวลาในการรักษาตัวในโรงพยาบาลสั้นกว่า
2.สามารถกลับไปปฏิบัติหน้าที่การงานได้เร็ว ไม่ต้องพักฟื้นร่างกายเป็นเวลานาน
3.แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก ทำให้หายเร็วกว่า

4.อาการแทรกซ้อนจากการผ่าตัดน้อยกว่า เช่น การติดเชื้อที่แผล ไส้เลื่อนที่แผลผ่าตัด เส้นประสาทที่ผนังหน้าท้องถูกตัดขาด หรือ ปอดอักเสบหลังผ่าตัด เป็นต้น

ใครที่ไม่อยากเป็นนิ่วในถุงน้ำดี จึงควรรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อป้อกันไว้ก่อนจะดีที่สุด จะได้ไม่ได้ต้องเสียเงิน และเสียเวลาในการรักษา แค่ปรับชีวิตก็เปลี่ยนได้ เริ่มต้นง่ายๆ ได้ที่ตัวเราเอง

ขอบคุณข้อมูลโดย นพ.เจษฎา อดุลย์เดช
ศัลยแพทย์  คลินิกศัลยกรรม
โรงพยาบาล เปาโลโชคชัย 4