นพ. ไกรภพ จารุไพบูลย์

ศัลยกรรม

วุฒิบัตร

ศัลยศาสตร์มะเร็งเต้านมและเสริมสร้างเต้านม
วัน เวลา
จันทร์ 10:00 - 19:00
อังคาร 10:00 - 19:00
พุธ 10:00 - 19:00
พฤหัสบดี 10:00 - 19:00
อาทิตย์ 10:00 - 19:00
ประวัติการศึกษา
วุฒิการศึกษาสถาบันการศึกษา
Medical Diploma Chiang Mai University  
Graduated Diploma in Surgical Basic Science Ramathibodi Hospital, Mahidol University, Thailand 
Thai Board of General Surgery Royal College of Surgeons of Thailand 
Certificate of Clinical Fellowship in Oncoplastic Breast Surgery Royal Perth Hospital, Perth, Western Australia, Australia 
Certificate of Fellowship in Minimal Invasive Breast Surgery
Taiwan
ประสบการณ์ทำงาน
  • Surgical Intern at Saraburi Hospital
  • Surgical Resident at Ramathibodi Hospital
  • Consultant Surgeon at Udonthani Cancer Center, Thailand
  • Clinical Fellow at Breast and Endocrine Unit, Department of Surgery, Royal Perth Hospital, Perth, Western Australia, Australia
  • Consultant Oncoplastic And Reconstructive Breast Surgeon at WMC Hospital
  • Consultant Oncoplastic And Reconstructive Breast Surgeon at Huahin Hospital, Thailand
  • Consultant Oncoplastic And Reconstructive Breast Surgeon with Consultant General Surgeon at Royal Phanom Penh Hospital (Bangkok Hospital Cambodia), Cambodia
  • Consultant Oncoplastic And Reconstructive Breast Surgeon at Paolo Hospital Phaholyothin, Thailand

เต้านม คือ อัตลักษณ์ของความเป็นผู้หญิง ทำให้เขาสามารถเข้าสังคมด้วยความมั่นใจ การรักษามะเร็งเต้านม หมอคาดหวังอยากจะให้คนไข้หาย หรือมีชีวิตที่ยืนยาว รวมไปถึงมีคุณภาพชีวิตที่ดีควบคู่กันไปด้วย
          หลังจาก นพ.ไกรภพ จารุไพบูลย์ สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิต จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่แล้ว คุณหมอได้เข้าศึกษาต่อสาขาศัลยศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยมหิดล จากนั้นได้เดินทางไปศึกษาต่อยอดด้านการรักษามะเร็งเต้านม Certificate of Clinical Fellowship in Oncoplastic Breast Surgery ที่ Royal Perth Hospital, Perth, Western Australia, Australia รวมไปถึง Certificate of Fellowship in Minimal Invasive Breast Surgery ที่ประเทศไต้หวัน คุณหมอได้เล่าถึงแรงบันดาลใจในการเรียนแพทย์ว่า...

หมอชอบในวิชาชีพแพทย์เพราะสามารถช่วยชีวิตคนได้ ตอนได้เข้าไปเรียนก็รู้สึกมีความสุข หลังจากเรียนจบได้ทำหน้าที่แพทย์จริงๆ การได้รักษาคนไข้ให้หายเจ็บป่วยจนสามารถกลับบ้านได้ หมอก็รู้สึกแฮปปี้มาก
ศึกษาต่อด้านมะเร็งเต้านม เพื่อการดูแลคนไข้ให้ได้ประสิทธิภาพ
การรักษาคนไข้มะเร็งเต้านมในสมัยก่อนจะต้องตัดเต้านมทิ้งอย่างเดียว พอต้องตัดเต้านมทิ้งคนไข้ก็กลัวและไม่อยากรับการรักษา เพราะไม่อยากสูญเสียเต้านม หลายรายที่ยอมเสียชีวิต หลีกเลี่ยงการพบแพทย์ ปล่อยให้โรคลุกลามไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็สายเกินที่จะรักษาได้
คนไข้จำนวนมากไม่อยากตัดเต้านมทิ้ง เพราะมันคืออัตลักษณ์ความเป็นผู้หญิง ที่สำคัญ และมีผลกระทบต่อจิตใจของคนไข้มาก โดยเฉพาะกับคนไข้ที่อายุน้อยๆ ถ้าเรารักษามะเร็งเต้านมได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องตัดเต้านมออก คนไข้ก็จะกลับเข้าสู่กระบวนการรักษามากขึ้น สามารถช่วยให้คนไข้มีชีวิตต่อไปได้ยาวนานขึ้น หรือหายจากโรค หมอจึงหันมาสนใจเรื่องการรักษามะเร็งเพราะรู้สึกเห็นใจคนไข้ ในตอนนั้นประเทศไทยก็เริ่มมีการเรียนรู้เกี่ยวกับการสร้างเต้านมใหม่บ้าง แต่ก็ยังเป็นช่วงเริ่มต้น หมอก็เลยคิดว่ามีที่ไหนบ้าง ที่เริ่มทำได้ดีและมีชื่อเสียงเกี่ยวกับการสร้างเต้านมใหม่ หรือการรักษามะเร็งเต้านมแบบไม่ต้องตัดทิ้ง หรือแบบตัดทั้งหมดแล้วสร้างขึ้นมาใหม่เลย เลยเลือกไปศึกษาต่อที่ประเทศออสเตรเลียอยู่ 3 ปี จนได้เป็นแพทย์ไทยคนแรก และคนเดียวในตอนนี้ ที่เรียนสาขานี้ แล้วจบเป็น Clinical Fellowship ในประเทศออสเตรเลีย สามารถทั้งตรวจคนไข้ รักษาคนไข้ได้ และผ่าตัดมะเร็งเต้านมเองได้

 

ประสบการณ์กว่า 14 ปี ในการทำศัลยกรรมเต้านม

          ด้วยการศึกษา ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และฝีมือในการดูแลรักษาคนไข้มะเร็งเต้านม คุณหมอไกรภพ จึงเป็นแพทย์ที่มีความเข้าใจในพยาธิสภาพของโรค และการดูแลรักษา รวมถึงเข้าอกเข้าใจในอัตลักษณ์ความเป็นผู้หญิง ทำให้มีคนไข้ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติไว้วางใจเลือกรักษากับคุณ ด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด คนไข้จึงได้รับการรักษาที่เหมาะสมที่สุดเฉพาะราย

 

มาตรฐานการรักษา คือความปรารถนาของคนไข้ที่แพทย์มอบให้

          โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน ที่คุณหมอไกรภพทำการรักษามะเร็งเต้านมอยู่นั้นนับว่ามีความพร้อมทั้งความเชี่ยวชาญของแพทย์ และการผ่าตัดที่ได้มาตรฐาน (standard) ซึ่งคุณหมอได้กล่าวถึงการรักษาที่พัฒนาขึ้นมากว่า...

ตอนนี้การรักษาด้วยการผ่าตัดมะเร็งเต้านมนั้น สามารถเริ่มตั้งแต่ตัดเฉพาะตัวมะเร็งเต้านม ในบริเวณกว้างออก และหนุนสร้างขึ้นใหม่โดยใช้เนื้อเต้านมเดิม เมื่อเราเอาเนื้อกว้างๆ ออกเสร็จ เนื้อที่เหลืออยู่ก็จะทำให้กลับมาเป็นเต้านมเดิม หรือทำให้เป็นทรงที่สวยขึ้นได้ เทคนิคนี้เรียกว่า อองโคพลาสติก (Oncoplastic) เราทำพร้อมผ่าตัดเต้านมอีกข้างให้มีขนาดเท่ากันในคราวเดียวกัน เพื่อความสมดุล และสวยงาม นับเป็นการผ่าตัดที่นอกจากเป็นการรักษาโรคแล้ว ยังเป็นการสร้างความสุขให้กับคนไข้ นอกจากนี้ยังมีการรักษาโดยการผ่าตัดเต้านม และเสริมสร้างใหม่โดยใช้ซิลิโคน กล้ามเนื้อหลัง กล้ามเนื้อหน้าท้อง หรือการฉีดไขมันเข้าไปในเต้านมอีกด้วย

 
การสื่อสารเพื่อความเข้าใจตรงกัน หนึ่งหัวใจสำคัญของกระบวนการรักษา

การสื่อสารกับคนไข้ให้เกิดความเข้าใจในตัวโรคเป็นสิ่งสำคัญมาก คุณหมอไกรภพจะมีวิธีการบอกคนไข้ถึงโรคที่เป็นว่ามีลักษณะอย่างไร เป็นตรงจุดไหน ความรุนแรงของโรคมากน้อยเพียงได้ และคุณหมอสามารถรักษาได้อย่างไร ต้องใช้กระบวนการรักษาแบบไหน การแจ้งคนไข้ให้ครบถ้วน และรอบด้าน จะช่วยให้คนไข้เห็นทางเลือกในการรักษา เพราะแต่ละวิธีการรักษาก็มีข้อดีข้อเสีย และข้อจำกัดต่างกันในแต่ละบุคคล ซึ่งการคุยกันจะเป็นการสรุปร่วมกันระหว่างแพทย์กับคนไข้ในการเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่คนไข้มีความพร้อมที่สุด

 

คุณหมอจิตอาสาผู้รักษามะเร็งเต้านม

นอกจากการเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลแล้ว คุณหมอไกรภพ ยังแบ่งเวลาไปเป็นแพทย์จิตอาสาออกตรวจรักษาคนไข้มะเร็งเต้านม ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมเข้าถึงการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง คุณหมอบอกว่า ผลตอบแทนที่ได้รับ คือความสุขที่ได้ช่วยเหลือผู้คนให้พ้นจากความทุกข์ความเจ็บป่วย เพราะเมื่อคนไข้มีความสุข คุณหมอก็จะมีความสุขไปด้วย

 

“คนไข้ทุกคนอยากหาย หมอจึงคิดเสมอว่า ทุกการรักษาในแต่ละครั้งหมอจะทำให้ดีที่สุด หน้าที่เรา คือทำให้เขาหายจากโรค และสิ่งที่หมออยากฝากไว้ คืออย่าประมาทในเรื่องการตรวจเต้านม โดยเฉพาะเดี๋ยวนี้มะเร็งเต้านมมาเร็วกว่าในอดีต เราพบได้ในผู้หญิงที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ ปัจจุบัน เรารู้อยู่แล้วว่าปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งเต้านมเกิดจากอาหารที่มีไขมันสูง รวมถึงการดื่มแฮลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ การไม่ออกกำลังกาย หรือมีภาวะอ้วน แต่มะเร็งเต้านมก็ยังเป็นภัยเงียบ การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมนั้นมีประโยชน์ทั้งการป้องกัน ลดความเสี่ยง และหากพบในระยะเริ่มต้น โอกาสรักษาหายก็ค่อนข้างสูงมาก ปัจจุบันจึงมีคนไข้เข้ามารับการตรวจค่อนข้างมาก ซึ่งที่หมอได้ดูแลในช่วง 1 ปีที่ผ่านมานั้นสูงกว่า 1,000 ราย โดยมีทั้งคนไข้ที่มาตรวจเมมโมแกรม อัลตร้าซาวด์ และในจำนวนนี้จำเป็นต้องมีการเจาะชิ้นเนื้อเพื่อตรวจเพิ่มเติมมากกว่า 100 ราย ซึ่งนับว่าไม่น้อย”