โรคหัวใจ ถือเป็นโรคที่อันตรายที่สุด เพราะ “หัวใจ” เป็นอวัยวะสำคัญที่มีหน้าที่สูบฉีดเลือดให้ไหลเวียนไปยังอวัยวะต่างๆ ในร่างกายอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง ดังนั้น หากเกิดความผิดปกติที่หัวใจ ย่อมมีโอกาสเสี่ยงถึงชีวิต โดยสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ข้อมูลว่าโรคหัวใจ เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทย อันดับที่ 2 และยังเป็นโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุอีกด้วย

โรคหัวใจ เป็นคำที่มีความหมายกว้างๆ สำหรับเรียกโรคที่เกิดความผิดปกติกับส่วนใดส่วนหนึ่งของหัวใจ ซึ่งอันที่จริงยังสามารถจำแนกได้อีกหลายชนิด ยกตัวอย่างเช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ กระแสไฟฟ้าหัวใจ หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ และโรคจากโครงสร้างหัวใจ เช่น ลิ้นหัวใจตีบ รั่ว ผนังกั้นหัวใจรั่ว การติดเชื้อ เนื้องอกหรือมะเร็งหัวใจ อุบัติเหตุ หรือสารเคมี เป็นต้น

การรักษาโรคหัวใจ

การรักษาทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับอาการและความเหมาะสมของผู้ป่วย ได้แก่

การใช้ยา

แอสไพริน เป็นยาต้านเกล็ดเลือดที่ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดลงได้มาก และยังช่วยป้องกันหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมียาที่ช่วยลดคลอเลสเตอรอลในเลือด ได้แก่ยากลุ่ม สตาติน Statin ที่ช่วยป้องกันหลอดเลือดหัวใจอุดตัน เช่นกัน

%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b2

การตรวจ

เราสามารถวัดปริมาณสะสมของแคลเซียมที่หลอดเลือดเลี้ยงหัวใจได้ โดยการเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงที่เรียกว่า Electron Beam CT หรือ Ultrafast CT ซึ่งง่ายและไม่เจ็บตัว แต่มีข้อจำกัด คือบอกปริมาณแคลเซียม (ซึ่งอาจหมายถึงปริมาณไขมัน) ที่สะสมอยู่ แต่ไม่ได้บอกว่าหลอดเลือดตีบมากน้อยแค่ไหน ซึ่งการสะสมมากไม่ได้แปลว่าตีบมากเสมอไป แต่หากสะสมน้อยมากหรือไม่มีแคลเซียมเลย หมายถึงโอกาสที่จะไม่เป็นโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจก็มีมาก

การขยายหลอดเลือด

การรักษาโรคหัวใจขาดเลือดที่สำคัญวิธีหนึ่ง คือ การขยายหลอดเลือดด้วยลูกโป่งหรือบอลลูน (PTCA) แต่ปัญหาที่ตามมาคือ บริเวณที่ถูกขยายนั้น เกิดการตีบซ้ำ นอกจากการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนแล้ว แพทย์จะใส่ขดลวด (Stent) ซึ่งทำจากโลหะพิเศษไว้ด้วย ขดลวดนี้จะทำหน้าที่คอยค้ำหลอดเลือดไว้ไม่ให้เกิดการตีบอีก

%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94

การผ่าตัด

การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือด หรือบายพาส By Pass เป็นการทำทางเดินของเลือดใหม่ เพื่อให้ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้เพียงพอ เดิมทีการผ่าตัดนี้ต้องทำให้หัวใจหยุดเต้นก่อน จากนั้นส่งเลือดผ่านเครื่องไปที่ปอดและหัวใจเทียมแทนชั่วคราว ทำให้การผ่าตัดยุ่งยาก มีความเสี่ยงสูง หัวใจชอกช้ำจากน้ำยาที่ใช้ ในระยะหลังนี้มีการผ่าตัดบายพาสแบบใหม่ โดยที่หัวใจยังคงเต้นอยู่ ไม่ต้องใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม ความเสี่ยงต่างๆ ลดลง แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กลง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญของศัลยแพทย์ และไม่สามารถใช้การผ่าตัดได้กับผู้ป่วยทุกราย


ปัจจัยเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

มี 2 ปัจจัย คือ ปัจจัยที่แก้ไม่ได้ เช่น พันธุกรรม เพศ (ผู้ชายเป็นโรคหัวใจมากกว่าผู้หญิง) อายุ (อายุมากขึ้น อวัยวะย่อมเสื่อมลง) ส่วนปัจจัยที่แก้ไขและป้องกันได้ มีดังนี้ เลี่ยงอาหารไขมันสูง ควบคุมภาวะเบาหวานและความดันโลหิตให้ปกติ เลิกสูบบุหรี่ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

โรคหัวใจที่พบบ่อย เช่น..

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

หลอดเลือดหัวใจตีบเกิดจากความเสื่อมของผนังด้านใน อันเป็นผลจากปัจจัยทางพันธุกรรม อายุที่เพิ่มขึ้น ควันบุหรี่ และโรคหลายชนิด เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง ความเสื่อมของผนังทำให้ไขมันคอเลสเตอรอลที่มีความหนาแน่นต่ำเข้าไปสะสมอยู่ด้านใน ซึ่งจะไม่มีอาการในระยะแรก จนกระทั่งเปลือกที่หุ้มไขมันปริแตกออก ไขมันมาสัมผัสกับเส้นเลือดและชักนำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดเส้นนั้น หากโชคดีร่างกายสามารถขจัดลิ่มเลือดไปได้ ก็จะมีการซ่อมแซม ทำให้รูของหลอดเลือดตีบแคบลงเรื่อยๆ ในทุกครั้งที่ผนังแตก การเกิดลิ่มเลือดไปอุดตัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจที่อยู่ปลายทางขาดเลือดไปเลี้ยงทันที ผู้ป่วยบางรายแม้กล้ามเนื้อที่ตายจะเป็นบริเวณแคบๆ แต่มีผลทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ก็อาจถึงแก่ความตายได้ นอกจากนี้ ความผิดปกติของหลอดเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงอวัยวะไม่เพียงพอ จะก่อให้เกิดความผิดปกติกับอวัยวะนั้น เช่น หลอดเลือดสมองตีบ ส่งผลให้สมองขาดเลือด เกิดโรคอัมพฤกษ์ อัมพาตตามมาอีกด้วย

โรคลิ้นหัวใจพิการ

อาจเป็นแต่กำเนิด หรือเป็นภายหลังก็ได้ ที่มาเป็นภายหลังส่วนมากเกิดจากการติดเชื้อคออักเสบ และไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ร่างกายสร้างภูมิต้านทานต่อต้านหัวใจตัวเอง เกิดการอักเสบของลิ้นหัวใจ และเกิดลิ้นหัวใจพิการ (ตีบหรือรั่ว) ตามมา ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อที่หัวใจโดยตรง หรือเกิดจากความเสื่อมของลิ้นหัวใจเอง

โรคกล้ามเนื้อหัวใจ

โรคกล้ามเนื้อหัวใจ เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจทำงานผิดปกติ ไม่ว่าจะบีบหรือคลายตัว ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหนากว่าปกติ เป็นต้น โรคที่พบบ่อยคือ กล้ามเนื้อหัวใจเสีย เนื่องจากความดันโลหิตสูงที่ไม่ได้รับการรักษามานาน กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือตายบางส่วน เนื่องจากหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตัน เป็นต้น ยังมีโรคของกล้ามเนื้อหัวใจบางชนิดที่ไม่ทราบสาเหตุ (อาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส) ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจบางและบีบตัวอ่อนกว่าปกติมาก

%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

ชื่อ

นามสกุล

เบอร์โทร

อีเมล์

ข้อความ

captcha

ตารางออกตรวจแพทย์

บทความที่เกี่ยวข้อง

Dental-bridge

ไขมันในเลือดสูง..ตัวการร้ายนำสู่สารพัดโรค

เมื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโรคต่างๆ ทำให้ทราบว่าไขมันในเลือดมีความสำคัญกับชีวิตของเราเป็นอย่างมาก

slow-life1

ว่างมาก … slow life เกิน!….เสี่ยงโรคหัวใจ

รู้หรือไม่ ..ทุกวันนี้คนไทยเป็นโรคหัวใจมากขึ้น

%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88

เหนื่อยง่าย-ใจสั่น – เจ็บหน้าอก สัญญาณเตือนโรคหัวใจ

อาการผิดปกติเบื้องต้นของร่างกาย ที่บ่งชี้ว่าอาจเป็นโรคหัวใจ พบบ่อยในคนทั่วไปที่คิดว่าตัวเองมีสุขภาพดี

%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88

สะพานฟันเจ็บหน้าอก -แน่นหน้าอก-ใจสั่น !! …อย่างนิ่งนอนใจ

โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นสาเหตุการป่วย การเสียชีวิตอันดับต้นๆของประชากรไทย

บทความทั้งหมด

CategoryMedical service

2014 © Copyright - Health Center Theme by Vamtam

For emergency cases        1-800-700-6200