วัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น อาจเป็นชื่อวัคซีนที่คนไทยไม่ค่อยคุ้นเคยนัก เนื่องจากเป็นวัคซีนเฉพาะที่ไม่ได้อยู่ในวัคซีนพื้นฐานสำหรับคนไทย แต่เป็นวัคซีนที่สำคัญมากสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไปยังต่างประเทศ แต่ก็ยังสามารถพบโรคนี้ได้ในประเทศไทย โดยเฉพาะเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี ที่อาศัยอยู่รวมกันในที่แออัด และอากาศถ่ายเทไม่สะดวก

3 กลุ่มเสี่ยง ควรฉีดวัคซีนไข้กาฬหลังแอ่นก่อนออกเดินทาง

  1. นักเรียน-นักศึกษา ที่จะไปเรียนต่อในประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรป เช่น อังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนที่จะเข้าไปพักในหอพักของโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่สหรัฐอเมริกามีข้อกำหนดว่านักเรียน นักศึกษาที่จะไปเรียนจะต้องได้รับวัคซีนดังกล่าวก่อนไป และจะต้องยื่นเอกสารว่าได้รับการฉีดวัคซีนชนิดนี้อีกด้วย
  2. นักท่องเที่ยว นักเดินทาง ที่จะไปในประเทศในเขต Meningitis belt ในแอฟริกา ตั้งแต่ประเทศแกมเบีย บูร์กินาฟาโซ เซเนกัล กีนี ไล่ไปทางตะวันออกจนถึงประเทศเอธิโอเปีย หรือเข้าไปในพื้นที่ที่มีการระบาดอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าต้องเข้าไปคลุกคลีกับคนพื้นที่มากๆ
  3. ผู้แสวงบุญในพิธีฮัจจ์ และอุมเราะห์ จัดเป็นวัคซีนจำเป็นต้องฉีดและเป็นเงื่อนไขในการขอ visa เข้าประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยจะต้องฉีดล่วงหน้าก่อนเดินทางไปอย่างน้อย 10 วัน แต่ไม่เกิน 3 ปี

ทำไมวัคซีนไข้กาฬหลังแอ่นถึงจำเป็นสำหรับประเทศเหล่านี้

โรคไข้กาฬหลังแอ่น เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Neisseria meningitides อีกชื่อหนึ่งคือ meningococcul สามารถพบได้ทั่วโลก และมีการระบาดประปราย แต่สำหรับประเทศที่กล่าวมาข้างต้น พบว่ามีการระบาดค่อนข้างสูง และเป็นโรคที่มีการลุกลามค่อนข้างเร็ว มีผลทำให้เสียชีวิตได้ และถึงแม้จะสามารถรักษาได้ก็เสี่ยงต่อความพิการได้เช่นกัน ไข้กาฬหลังแอ่นที่มักพบได้บ่อยแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

  • ไข้กาฬหลังแอ่นชนิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningococcal Meningitis) เป็นไข้กาฬหลังแอ่นชนิดที่มีการติดเชื้อที่เยื่อหุ้มสมอง ทำให้เกิดการอักเสบที่เยื่อหุ้มสมองและไขสันหลัง
  • ไข้กาฬหลังแอ่นชนิดติดเชื้อในกระแสเลือด (Meningococcal Septicemia หรือ Meningococcemia) เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือดจนทำให้เชื้อแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย และทำลายผนังหลอดเลือด ทำให้มีอาการเลือดออกที่ผิวหนังและอวัยวะได้

ติดต่อกันได้อย่างไร?

โรคนี้ติดต่อทางสารคัดหลั่งจากน้ำมูก น้ำลาย และจากการสัมผัสใกล้ชิด แต่ผู้ที่ได้รับเชื้อส่วนใหญ่ไม่มีอาการ บางรายจะเป็นพาหะ มีน้อยรายที่เชื้อจะลุกลามไปที่เยื่อหุ้มสมอง หรือกระแสโลหิต ในประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคนี้ประปราย ไม่พบการระบาดใหญ่ จากสถิติย้อนหลังพบว่ามีจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ในประเทศไทยปีละไม่เกิน 10 คน เป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายจากการสัมผัสใกล้ชิด หรือคลุกคลีอยู่กับคนหมู่มาก หรืออยู่รวมๆ กัน เช่น นักเรียน นักศึกษาในหอพัก กลุ่มผู้แสวงบุญ หรือกลุ่มนักท่องเที่ยว นักเดินทางที่เข้าไปในพื้นที่ที่มีการระบาด

โรคไข้กาฬหลังแอ่น ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน

ในประเทศไทย สายพันธุ์ที่พบได้บ่อยที่สุดคือ สายพันธุ์บี ซึ่งสายพันธุ์นี้ยังไม่มีวัคซีนที่สามารถป้องกันได้โดยตรง ดังนั้น จึงยังไม่มีการแนะนำให้คนไทยฉีดวัคซีนป้องกันไข้กาฬหลังแอ่น แต่สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค หรือผู้ที่ต้องเดินทางไปในประเทศที่มีการระบุให้ทำการฉีดวัคซีนไข้กาฬหลังแอ่นก่อนเดินทางไป แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียไนซีเรีย เมนิงไจทิดิส ก่อนเดินทาง สำหรับในประเทศไทยวัคซีนที่ใช้สามารป้องกันไข้กาฬหลังแอ่นได้ 4 สายพันธุ์ ได้แก่ A C Y และ W-135 ซึ่งวัคซีนจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิดย่อยๆ ได้แก่ วัคซีนชนิดคองจูเกท (Conjugated Tetravalent Meningococcal Vaccine) วัคซีนชนิดโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccraride Tetravalent Meningococcal Vaccine) ผู้ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วจะต้องรอประมาณ 10 วัน เพื่อให้ภูมิคุ้มกันของโรคนี้ทำงาน จึงจะสามารถเดินทางได้

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

ชื่อ

นามสกุล

เบอร์โทร

อีเมล์

ข้อความ

captcha

คลินิกวัคซีน
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน 0 2271-7000 ต่อ 10332