อันดับ 1 โรคไข้หวัด

 โรคติดเชื้อตัวร้ายที่ชอบทำร้ายเด็กเล็กๆ ให้ป่วย นอนซม หง่อยซึม ด้วยอาการตัวร้อน ไข้ขึ้นสูง แถมยังมีน้ำมูกใสๆ คัดจมูก จามแล้วจามอีก เจ็บคอจนน่าสงสาร ที่สำคัญเจ้าโรคไข้หวัดยังไม่เลือกช่วงเวลา เด็กๆ สามารถเป็นได้ทั้งปี โดยเฉพาะฤดูหนาวอัตราการติดเชื้อยิ่งมีมากขึ้น

จากสถิติพบว่าโดยเฉลี่ยแล้วเด็กๆ จะเป็นไข้หวัดกัน 3-8 ครั้งต่อปี  ด้วยเหตุผลโรคไข้หวัดมีเชื้อไวรัสหลายสายพันธุ์  แต่เมื่อรักษาหายแล้ว ร่างกายของหนูๆ ก็จะมีภูมิต้านทานต่อเชื้อที่เคยป่วยได้ดีขึ้น  แต่ก็กลับมาเป็นได้อีกเช่นกัน ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองต้องหมั่นดูแลสุขภาพร่างกายเด็กน้อยให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อจะได้ไม่เจ็บป่วยง่ายๆ

รู้หรือไม่ว่า!! การที่ลูกน้อยมีสุขภาพที่แข็งแรง มีผลต่อการเรียนรู้ และพัฒนาการที่ดีของลูกน้อยด้วย

อันดับ 2 โรค ไข้หวัดใหญ่

โรคไข้หวัดใหญ่  มีทั้งสายพันธุ์ A และ B
น้องๆ สามารถได้รับเชื้อและเกิดการติดต่อสู่กันได้ง่าย โดยเฉพาะสถานที่ๆมีเด็กรวมกันอยู่กันเยอะๆ โรคไข้หวัดใหญ่ จะติดต่อผ่านทางลมหายใจ สารคัดหลั่งอย่าง การไอ หรือจาม  ทั้งนี้ ไข้หวัดใหญ่ยังสามารถติดต่อได้ทางละอองฝอยของน้ำมูก และน้ำลาย  พูดง่ายๆ คือ ถ้าเด็กคนที่ป่วย ไอ จามแล้วใช้มือเช็ด และมือนั้นไปโดนหน้าโดนตา เข้าจมูก หรือปาก เชื้อโรคชนิดนี้ก็จะเข้าสู่ร่างกาย น้องๆ หนูๆ ได้ไม่ยาก

วิธีสังเกตว่าเจ้าตัวน้อยของคุณเสี่ยง หรือได้รับเชื่อโรคนี้ หรือไม่

  • มีไข้สูงแบบเฉียบพลัน ซึ่งต่างจากไข้หวัดธรรมดา
  • ปวดศีรษะ ตัวร้อน
  • อ่อนเพลียมากๆ
  • เมื่อยเนื้อ เมื่อยตัว
  • มีอาการไอ จาม คัดจมูกร่วมด้วย

ควรได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นาน อาจมีอาการหลอดลมอักเสบร่วมด้วยจากการไอติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรืออาจเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น โรคปอดอักเสบ ซึ่งส่งผลต่อชีวิตได้

อันดับ 3  โรคมือ เท้า ปาก

 พบมากในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี จากสถิติพบว่าเด็กจำนวน 5 คน จะเป็นโรคนี้ถึง 4 คนทีเดียว อาการที่แสดงของโรคนี้ คือมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย หลังจากนั้น 2-3 วันจะเจ็บปาก น้องๆ จะไม่ยอมทานข้าว เพราะในปากมีตุ่มแดง ทั้งที่ลิ้น เพดานปาก และกระพุ้งแก้ม และกลายเป็นตุ่มพองใสในที่สุด นอกจากนี้ ยังมีการอักเสบและแดงบริเวณรอบๆ ตุ่ม เมื่อตุ่มแตกออกจะเป็นแผลหลุมตื้นๆ และมีผื่นขึ้นที่ฝ่ามือ นิ้วมือ ฝ่าเท้า และก้น แต่จะไม่มีอาการคัน อย่างไรก็ตาม โรคนี้ไม่มีความรุนแรงมากนักจนคุณพ่อคุณแม่ร้อนใจ เพราะอาการไข้ขึ้นนั้นจะลดลงภายใน 3 วัน อาการของเด็กก็จะค่อยๆ ดีขึ้น และหายเป็นปกติภายใน 7-10 วัน แต่ทั้งนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรเฝ้าดูอาการเจ้าตัวน้อยอย่างใกล้ชิด

 อันดับ 4 โรคท้องร่วงจากไวรัส

โรคนี้เกิดจากการสัมผัสเชื้อไวรัสเข้าปากลูกโดยตรง  และพบมากในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี อาการที่แสดงคือ  เจ้าตัวน้อยจะมีอาการ ท้องเสียเป็นน้ำไม่มีมูกเสียปนคลื่นไส้ อาเจียน บางครั้งปวดท้อง ปวดหัว มีไข้ หรือมีน้ำมูกและไอด้วย นี่คืออาการที่เป็นน้อย หากยังเป็นต่อเนื่องหลายวัน อาจทำให้ท้องอืด ก้นแดง เพราะผิวของลำไส้ถูกทำลาย การดูดซึมอาหารไม่ดีเหมือนเดิม รวมทั้งอาจถ่ายเหลว เพราะเอนไซม์แลคเตสที่ใช้ย่อยน้ำตาลแลคโตสทำงานไม่เต็มที่ แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่รีบพาลูกไปโรงพยาบาลหากมีอาการถ่ายเหลวมากๆ

อันดับ 5 โรคอีสุกอีใส

โรคติดต่อที่หลายคนกลัว เพราะติดกันง่ายมาก แค่ภายใน 2-3 วันที่อยู่ร่วมกัน แตะโดนตัวเพื่อนที่กำลังเป็นอีสุกอีใส หรือเผลอไอใส่หน้าก็ติดต่อได้แล้ว  อาการของโรคอีสุกอีใส เริ่มจากอาการปวดศีรษะ เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ไม่ค่อยอยากอาหาร และเริ่มมีตุ่มแดงขึ้นตามตัว ทั้งแขนและขา รวมถึงบริเวณใบหน้า ผ่านไปสักระยะตุ่มแดงจะกลายเป็นตุ่มใสขอบแดง และเมื่อใกล้หาย จะเปลี่ยนเป็นตุ่มขาวๆ จนตกสะเก็ดและค่อยๆ หลุดออกไป เหลือไว้แค่รอยแผลเป็นดำๆ สามารถหายเองได้ แต่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ คือแผลตุ่มใสอาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียได้ ก่อให้เกิดแผลเป็นหนอง  

DID YOU KNOW !! เด็กเล็ก จะมีภูมิต้านทานต่ำ หากมีอาการรุนแรงอาจทำให้มีอาการปอดบวม  ภาวะสมองอักเสบ และเยื่อสมองอักเสบตามมา ซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

ชื่อ

นามสกุล

เบอร์โทร

อีเมล์

ข้อความ

captcha

ศูนย์กุมารเวช อาคาร 1 ชั้น 3 โทร.02-2717000 ต่อ 10310-11