Personalized Rejuvenation Center

ให้การดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร เพื่อตอบรับกับสถานการณ์และความต้องการของคนในยุคปัจจุบันที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป โดยเน้นการรักษาแบบองค์รวม (Holistic Medicine)ซึ่งเป็นการรักษาที่มุ่งเน้นไปถึงการหาสาเหตุของความเจ็บป่วยมากกว่าที่จะเป็นเพียงการรักษาตามอาการ พร้อมทั้งรักษาและฟื้นฟูร่‹างกายทุกระบบไป พร้Œอมๆ กัน เพื่อให้เกิดความสมดุลของร่างกาย ไม่เพียงมุ่งหวังให้ดูดีแต่ภายนอก แต่ส่งเสริมให้มีสุขภาพที่ดีจากภายใน โดยการตรวจวินิจฉัยและรักษาจะทำแบบต่อเนื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือกันทั้งแพทย์ และผู้รับการรักษา จะต้องมีการตรวจเลือดโดยใช้เทคโนโลยีการตรวจวิเคราะห์สภาวะของร่างกายอย่างละเอียด ด้วยการตรวจระดับความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย , การตรวจสารโลหะหนักตกค้างในร่างกาย ,ซักถามพูดคุยถึงกิจวัตรประจำวันที่ทำในแต่ละวัน ทั้งรูปแบบของอาหารและโภชนาการ รวมถึงประวัติการเจ็บป่วยของบุคคลในครอบครัว เพื่อกำหนดแผนการดูแลที่เหมาะสมที่สุดเป็นรายบุคคล

แพทย์ที่ปรึกษาของ Personalized Rejuvenation Center  ประกอบด้วยบุคลากรทางการแพทย์ที่มีประสบการณ์ และความชำนาญในด้านการแพทย์การดูแลรักษาแบบองค์รวม โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยที่จบการศึกษาจากประเทศสหรัฐอเมริกา

image4

“เมื่อพูดถึง  Anti aging medicine คนทั่วไปเข้าใจว่า เป็นเรื่องของความงาม เป็นเพียงการลดริ้วรอยบนใบหน้า ปรับผิวให้ขาว แต่ความจริงแล้ว Anti-aging medicine มีส่วนสำคัญต่อสุขภาพมากกว่านั้น เพราะศาสตร์นี้ เป็นการฟื้นฟูสุขภาพจากภายใน ลงลึกไปถึงเซลล์ทุกเซลล์ของร่างกาย หรืออาจกล่าวได้ว่า Anti-aging medicine เป็นเรื่องของการป้องกันโรคด้วยการชะลอความชรา คำถามต่อมาที่คือ เราจะชะลอความชราได้จริงหรือเพราะใครๆ ก็ไม่อยากแก่

จริงๆ แล้วการป้องกันความชราหมายถึงการป้องกันโรค แล้วจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดโรคก็ต้องกลับมามองความสมดุลของร่างกาย เช่น สารอาหารที่รับในแต่ละวันครบหรือไม่ ระบบการดูดซึมของลำไส้ ทำงานได้ดีหรือเปล่า มีวิตามิน หรือสารอาหาร ตัวไหนมากเกิน เราก็ลด ตัวไหนขาดเราก็เสริมเข้าไป เพื่อคงสภาพกระบวนการทำงานในร่างกายให้สมดุลอยู่เสมอ”

Anti-Aging Medicine ได้รับความนิยมสูงโดยเฉพาะในต่างประเทศทั้งยุโรปและสหรัฐอเมริกา มีแนวคิดการส่งเสริมดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและชะลอความเสื่อมของร่างกาย สำหรับในประเทศไทยเริ่มรู้จักกันแพร่หลายมากขึ้นในชื่อ เวชศาสตร์ชะลอวัย หรือเรียกทับศัพท์ว่า Anti-Aging

ทำความรู้จักเวชศาสตร์ชะลอวัย Anti-Aging Medicine 

Anti-Aging Medicine เป็นศาสตร์การแพทย์ที่ถูกคิดค้น ด้วยหลักการป้องกันและดำรงชีวิตอย่างสุขภาพดีมีคุณภาพ เนื่องจากโรคบางโรคถ้าเป็นแล้วไม่สามารถรักษาให้หายได้ การปล่อยให้สุขภาพย่ำแย่ แล้วมาเข้ารับการรักษาจึงอาจจะช้าเกินไปดังนั้นการป้องกันไม่ให้เป็นหรือเป็นช้าที่สุด จึงเป็นหนทางดีที่สุด

สิ่งที่เราทุกคนทราบกันเป็นอย่างดีคือเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นกลไกในร่างกายจะเสื่อมลงและถดถอยทางธรรมชาติ ทำให้มีสมรรถภาพในด้านต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปประสิทธิภาพในการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย ก็เสื่อมถอยลง ส่งผลให้ปฏิกิริยาเคมีและกระบวนการการเผาผลาญต่างๆ ลดลงตามมา เมื่อร่างกายขาดความสมดุล โรคภัยไข้เจ็บมักจะแวะเวียนเข้ามาเยือนมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ กลุ่มโรค NCDs (Non-Communicable diseases)  อาทิ  ไขมันในหลอดเลือด  อ้วนลงพุง โรคความดัน-โลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมไปถึงกลุ่มโรคมะเร็ง

เวชศาตร์ชะลอวัยใช้หลักการตรวจสุขภาพระบบ Anti-Aging Medicine ที่ไม่ใช่เพียงแค่มองเรื่องของความเจ็บป่วยของโรคต่าง ๆ  แต่แพทย์จะตรวจวิเคราะห์ลงลึกไปถึงระดับฮอร์โมน วิตามิน เกลือแร่ในร่างกาย โดยการตรวจทางห้องปฏิบัติการทางชีวโมเลกุลต้องพิจารณาเพื่อการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลอย่างเหมาะสม โดยจัดการกับปัจจัยเสี่ยงที่อาจได้รับจากพันธุกรรม สิ่งแวดล้อมหรือพฤติกรรมการดำรงชีวิต เพื่อลดแนวโน้มของการเกิดโรคแก้ไขปัญหาความเสี่ยงได้อย่างตรงจุด

“การมีชีวิตที่สมดุลนั้นเริ่มต้นจากการมีฮอร์โมนที่สมดุล”

TIP >>> ระดับฮอร์โมนในร่างกายจะสูงสุดเมื่อช่วงอายุ  20-25 ปี หลังจากนั้นจะค่อยๆ ลดลง เมื่อถึงช่วงอายุปลาย 30 ต้น 40  ฮอร์โมนทุกตัวจะลดต่ำลงทำให้ร่างกายทำงานได้ไม่เหมือนเดิมสุขภาพเริ่มถดถอย และมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและจิตใจ

การมีระดับฮอร์โมนที่สมดุลในร่างกาย จะสามารถส่งผลทำให้ร่างกายเรามีสุขภาพที่ดีได้ ดังนั้นฮอร์โมนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการเชื่อมต่อการทำงานของส่วนต่างๆ ในร่างกายให้ทำงานได้อย่างเป็นปกติ  ฮอร์โมนที่สำคัญ อาทิ เทสโทสเตอโรน เมลาโทนิน เซโรโทนิน เอสโตรเจน และอื่นๆ เป็นสารเคมีที่สำคัญและจำเป็นในการทำงานของร่างกาย ผ่านทางกระแสเลือด เพื่อทำให้การเจริญเติบโต การชะลอความแก่ชรา การเผาผลาญอาหาร และการเจริญพันธุ์ของร่างกายเป็นไปอย่างสมบูรณ์

Aging จึงเป็นกลุ่มอาการแสดงออกของการ ขาดฮอร์โมนหลายๆ ตัว  สิ่งที่เราควรทราบคือ ในแต่ละคนจะขาดฮอร์โมน แต่ละตัวไม่เหมือนกัน  ดังนั้นอาการแสดงออกมาของแต่ละคนจึง แตกต่างกัน ตามชนิด และปริมาณของฮอร์โมนที่ลดลง

TIP >>>ในการดูแลรักษานั้น ถ้าสามารถรักษาฮอร์โมนให้อยู่ในระดับเท่ากับวัยหนุ่มสาว สุขภาพก็จะยังคงแข็งแรง หน้าตาสดใส ดังนั้น ผลพลอยได้จากการปรับฮอร์โมน คือนอกจากจะสุขภาพดี มีชีวิตที่มีคุณภาพแล้ว ยังจะมีหน้าตาและผิวพรรณที่อ่อนกว่าวัยลงด้วย

hd-consultdoctor

ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย
อาคาร 4 ชั้น 1
โทร .02-271-7000

Paolo Hospital

Doctor

%e0%b8%99%e0%b8%9e-%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%93%e0%b8%b1%e0%b8%90-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87

นพ.ธรณัส กระต่ายทอง

Gastroenterologist and American Board

of Anti-Aging and Regenerative Medicine

โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน

ตารางออกตรวจแพทย์

paolo_logo

ทำความรู้จักเวชศาสตร์ชะลอวัย Anti-Aging Medicine 

anti

สุขภาพดีต้องเริ่มจากภายใน

รพ.เปาโล พหลโยธิน

Read more

anti

โปรแกรมชะลอวัย

รพ.เปาโล พหลโยธิน

Read more


ปรึกษาปัญหาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย  อาคาร 4 ชั้น 1  โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน
เวลาทำการ จันทร์ – อาทิตย์ เวลา 07.30 – 20.00 น.
ติดต่อสอบถาม โทร. 0-2271-7000
E-mail:paolo@paolohospital.com

CategoryMedical service