“ต่อมไทรอยด์” คือต่อมไร้ท่อที่อยู่ส่วนล่างของกลางลำคอทำหน้าที่ในการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์เพื่อใช้ในการเผาผลาญให้เกิดพลังงานที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน โดยปกติเรามักไม่ค่อยได้สนใจเจ้าต่อมไร้ท่อนี้เท่าไรนัก หากไม่พบความผิดปกติที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน เช่น ขนาดที่ผิดปกติ หรือมีก้อนโต

ปัจจุบันมีคนจำนวนมากป่วยเป็นโรคไทรอยด์โดยที่ไม่รู้ตัว เพราะไม่รู้จักโรคนี้อย่างดีพอ ในบางครั้งจึงไม่ได้เข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที ดังนั้น การสังเกตความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่อยากให้คุณพลาดหรือละเลย เพราะถ้าไทรอยด์ทำงานมากเกินไปหรือน้อยเกินไปก็จะทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพตามมาได้เช่นกัน

อาการแบบไหน บ่งบอกไทรอยด์ทำงานผิดปกติ

ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ เราสามารถสังเกตอาการได้ หากภาวะผิดปกตินั้นแสดงชัดเจน คือมีก้อนเกิดขึ้นที่กลางลำคอ สามารถเคลื่อนที่ขึ้นเวลาที่เรากลืนน้ำลายได้ ลักษณะเช่นนี้มักจะเป็นเนื้องอกไทรอยด์ที่มีโอกาสพัฒนาไปสู่มะเร็งได้ ดังนั้น หากพบความผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คให้แน่ชัด พร้อมวางแผนการรักษาในลำดับต่อไป นอกจากนี้ เรายังสามารถสังเกตความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ผิดปกติได้ และหากพบว่ามีสัญญาณจากอาการเหล่านี้ ควรเข้ารับการวินิจฉัยจากแพทย์ เพื่อหาสาเหตุของความผิดปกติที่แท้จริง

  • รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่กระฉับกระเฉง เหนื่อยง่าย ที่เป็นเช่นนี้เพราะหัวใจถูกกระตุ้นให้ทำงานหนัก จากภาวะไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ส่งผลให้ใจสั่น เหงื่อออกง่าย ความดันโลหิตสูงร่วมด้วย
  • ภาวะนอนไม่หลับ เนื่องจากต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ จึงหลั่งฮอร์โมนมากเกินไป ส่งผลต่อการกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางและรบกวนการพักผ่อนของเราได้ จึงทำให้รู้สึกง่วงตลอดเวลา ไม่สดชื่น
  • ท้องเสียง่าย ระบบขับถ่ายไม่เป็นปกติ เพราะต่อมไทรอยด์มีส่วนกระตุ้นการทำงานของระบบทางเดินอาหารด้วย อาจทำให้อุจจาระบ่อยขึ้น ส่วนในภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำจะมีอาการท้องผูก
  • ตาโปนกว่าปกติ เนื่องจากเนื้อเยื่อหลังนัยน์ตาขยายขนาดขึ้นจากภาวะไทรอยด์เป็นพิษ
  • อ้วนง่าย หรือ ผอมง่าย เมื่อต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติในลักษณะหลั่งฮอร์โมนออกมามาก กระตุ้นระบบเมตาบอลิซึมให้ขยันเกินไป ในภาวะไทรอยด์เป็นพิษจะพบว่าน้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ส่วนในไทรอยด์ทำงานต่ำจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นง่าย เนื่องจากการเผาผลาญที่ต่ำลง
  • เส้นผมและขนผิวหนังร่วง ผิวแห้ง ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำจะส่งผลต่อระบบเผาผลาญทำงานได้ลดลง อาจทำให้เหงื่อลดน้อยลง และผิวแห้งมากขึ้นได้

รู้ได้อย่างไรว่า “ไทรอยด์ผิดปกติ

ภาวะไทรอยด์เป็นพิษหรือผิดปกติ มักจะพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชายประมาณ 9-10 เท่า โดยเฉพาะในช่วงอายุ 20-40 ปี ปัจจุบันสามารถตรวจคัดกรองได้โดยมีหลากหลายวิธีขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรค วิธีที่ง่ายที่สุด คือการตรวจเลือดเพื่อเช็คการทำงานของต่อมไทรอยด์ และการเผาผลาญ

  • ตรวจวัดปริมาณฮอร์โมนไทรอยด์ ปริมาณของฮอร์โมนไทรอยด์ T3 และ T4 ในเลือด ว่าทำงานผิดปกติหรือไม่ หากไม่ปกติก็แปลว่ามีอาการของโรคไทรอยด์
  • ตรวจวัดการทำงานของต่อมใต้สมอง (Thyroid-Stimulating Hormone: TSH) เป็นการตรวจวัดปริมาณฮอร์โมนต่อมใต้สมอง ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการทำงานของต่อมไทรอยด์
  • การตรวจวัดระดับปริมาณแอนติบอดีของต่อมไทรอยด์

ในกรณีที่พบความเสี่ยง และต้องการตรวจวิฉัยให้แม่นยำขึ้นเพื่อวางแผนการรักษา จะมีการเอกซเรย์ อัลตราซาวด์เพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยให้แพทย์สามารถเห็นการทำงานและความผิดปกติของฮอร์โมนไทรอยด์ได้ชัดขึ้น

เมื่อรู้ตัวแล้วว่าไทรอยด์ผิดปกติ ควรปฎิบัติอย่างไร

โรคไทรอยด์สามารถรักษาได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเลือกวิธีการที่เหมาะสมกับผู้ป่วยต่ละราย เช่น อายุของผู้ป่วย ขนาดของต่อมไทรอยด์ ระยะเวลาของโรค โดยปกติการรักษาไทรอยด์มี 3 รูปแบบ

  1. รักษาด้วยยา ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการรักษานานประมาณ 1 -2 ปี โดยในระหว่างที่ทำการรักษานั้นผู้ป่วยต้องรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอและเคร่งครัด เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุม เพราะการที่ไม่ปฎิบัติตัวตามที่แพทย์แนะนำ ไม่รับประทานยาอย่างต่อเนื่องจะทำให้อาการของต่อมไทรอยด์มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น และยากต่อการควบคุม
  2. รักษาด้วยการกลืนเร่ไอโอดีน ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะพิจารณาเลือกในผู้ป่วยที่มีอายุมาก และมีอาการค่อนข้างรุนแรง หรือกลับมาเป็นซ้ำ หลังจากที่รักษาด้วยการให้ยามาแล้ว
  3. รักษาด้วยผ่าตัด วิธีการนี้แพทย์จะพิจารณาเลือกเป็นขั้นตอนสุดท้าย ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมากๆ และต่อมไทรอยด์มีขนาดโตมากขึ้น แพ้กลุ่มยากินที่ใช้ในการรักษา หรือเกิดผลข้างเคียงต่อระบบเม็ดเลือดและหลอดเลือด

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

พญ. อารยา ทองผิว

พญ. อารยา ทองผิว

เบาหวานและต่อมไร้ท่อ
02-271-7000
นพ. วิศิษฐ์ ภาสุรปัญญา

นพ. วิศิษฐ์ ภาสุรปัญญา

เบาหวานและต่อมไร้ท่อ
02-271-7000

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์.

ชื่อ

นามสกุล

เบอร์โทร

อีเมล์

ข้อความ

captcha

ศูนย์เบาหวานและเฉพาะโรค อาคาร 1 ชั้น 2 โทร. 02-271 7000 ต่อ 10196-97